เนื้อเรื่อง Metal Gear Solid 3: Snake Eater Part 2
posted on 11 Jan 2009 08:18 by endless in 4th-MetalGearSolid
กลับมาต่อกับครึ่งหลังของ Metal Gear Solid 3: Snake Eater
หลังจากนี้ว่างๆผมจะนำเนื้อหามาเรียงใหม่ และเจาะลึกข้อมูลเพิ่มขึ้น อันนี้เอา่ไปอ่านเพลินๆก่อน

สเน็คลอบเข้ามาในฐานทัพของโวลกิ้นและปลอมตัวเป็นผู้พันไรคอฟ เพื่อผ่านยามเฝ้าประตูเข้าไป
สเน็คได้พบกับโซโคลอฟ แต่โซโคลอฟบอกว่าสเน็คมาสายไป เพราะเฟสสองได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว
สเน็คจึงถามรายละเอียดเกี่ยวกับเฟสสอง โซโคลอฟได้อธิบายว่าเดิมทีชาโกฮอดถูกออกแบบให้สามารถยิง
ขีปนาวุธนิวเคลียร์ได้ แต่ทว่ายังติดข้อจำกัดที่ว่าปัจจุบัน ขีปนาวุธข้ามทวีป ICBMs (Inter-Continental
Ballistic Missile) ใหญ่เกินกว่าที่ชาโกฮอดจะสามารถแบกได้ แต่ทางกองทัพไม่สนใจและบอก
ต้องทำให้ได้ ทำให้เป็นที่มาของเฟสสอง คือติดตั้งบูสเตอร์จรวดเข้าไปในตัวชาโกฮอดซึ่งจะทำให้
ชาโกฮอดเคลื่อนที่ได้เร็วถึง 300 ไมล์ต่อชั่วโมง ด้วยความเร็วนี้เองที่จะใช้เพิ่มระยะของขีปนาวุธ
นิวเคลียร์ขนาดเล็กให้ไปได้ไกลจากเดิม 2500 ไมล์เป็น 6000 ไมล์ ไกลพอที่จะสามารถยิงจากโซเวียต
ไปยังที่ใดก็ได้ในอเมริกา และไม่อาจจะตรวจพบจากเครื่องบินสอดแนมหรือดาวเทียมได้เลย
นับเป็นอาวุธที่น่ากลัวมาก
ตอนนี้โวลกิ้นมีแผนที่จะสร้างชาโกฮอดเพิ่มโดยไม่ใช่เพื่อสหภาพโซเวียตเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อประเทศ
ในพันธมิตรสหภาพโซเวียต ชาโกฮอดที่มีอยู่ในตอนนี้คือรุ่นต้นแบบ สเน็คบอกว่ายังไม่สายที่จะยับยั้งได้
ถ้าทำลายชาโกฮอดรุ่นต้นแบบนี้ก่อน โซโคลอฟแนะนำให้ใช้ระเบิด C3 ถ้าไปวางบริเวณถังน้ำมันของ
เชื้อเพลิงจะสามารถระเบิดทำลายได้ แต่ตอนนี้ระเบิด C3 ได้หายไปจากโกดัง สเน็คคิดว่าอีวาคงรู้เรื่องนี้
และขโมยไป โซโคลอฟจึงพูดถึงเรื่องของอีวาว่าเธอได้ข้อมูลเกี่ยวกับชาโกฮอดไปจากโซโคลอฟด้วย
ระหว่างที่สนทนากันอยู่โวลกิ้นได้เข้ามาและจับได้ว่าสเน็คปลอมตัวเป็นไรคอฟ และถูกจับกุมตัว
สเน็คโดนพาตัวไปยังห้องทรมานและถูกโวลกิ้นสอบสวน โวลกิ้นคิดว่า CIA อยู่เบื้องหลังและพยายาม
ที่จะเอาเลกาซี่จากโวลกิ้น และคิดว่าสเน็คต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับ CIA แน่ๆ นอกจากนั้นยังสงสัยว่า
อาจมีสปายอยู่ด้วย สเน็คที่โดนทรมานไม่มีทีท่าจะปริปาก ระหว่างนั้นโวลกิ้นค้นพบเครื่องติดตาม
ในตัวสเน็ค จึงได้สงสัยว่าเป็นฝีมือใคร โอเซล็อตปฏิเสธ แต่เดอะบอสบอกว่าเธอเป็นคนติดไว้เอง
เพื่อให้หน่วยคอบบร้าไปดักขัดขวางไว้ได้ แต่โวลกิ้นไม่เชื่อเพราะคิดว่าบอสอาจเป็นสปาย จึงให้บอส
พิสูจน์โดยการเอามีดทิ่มตาของสเน็คให้บอด แต่ทัตยาน่า (Tatyana) หรืออีวาที่ปลอมตัวอยู่
พยายามห้าม โอเซล็อตเห็นจึงคิดว่าอีวาอาจเป็นสปายและพยายามทดสอบ แต่สเน็คที่ถูกมัดแค่มือนั้น
ได้พยายามขวางด้วยการถีบใส่โอเซล็อต ทำให้กระสุนพลาดเฉี่ยวตาขวาของสเน็ค
ทำให้สเน็คต้องเสียตาขวาไป

The Tormented
สเน็คซึ่งฟื้นอีกครั้งในห้องขัง เขาได้ทำการแหกคุกออกมาและติดต่ออีวาเพื่อนัดเจอกัน เมื่อสเน็คไป
พบอีวาเธอเสียใจที่เป็นเหตุให้สเน็คต้องเสียดวงตา สเน็คปลอบอีวา แล้วบอกว่าเขายังมีดวงตาอีกดวง
เพียงพอที่จะใช้ปืนเล็งแล้วยิงได้ อีวาได้ให้ระเบิด C3 ที่เธอขโมยมาเพื่อให้สเน็คไประเบิดเชื้อเพลิงเหลว
ของชาโกฮอด ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเธอจะไปติดตั้งที่สะพานเพื่อมิให้ศัตรูตามมาได้ในช่วงที่หลบหนี
จากนั้นเธอจึงแยกตัวไปอีกครั้ง

The Great Escape
สเน็คลอบเข้าฐานของโวลกิ้นอีกครั้งเพื่อวางระเบิด C3 เมื่อสเน็ควางระเบิดเสร็จ กลับพบว่าถูกล้อม
โดยพวกโวลกิ้นและคราวนี้อีวาถูกจับตัว โวลกิ้นบอกว่าเขารู้ตัวจากกลิ่นน้ำมันของมอเตอร์ไซต์ที่อีวาใช้ขับ
อีวาขโมยเลกาซี่ไป โวลกิ้นได้หยิบเลกาซี่ที่ชิงกลับคืนจากอีวามา ซึ่งเป็นแผ่นไมโครฟิล์มที่บรรจุข้อมูล
ของเลกาซี่อยู่ สเน็คถามว่าเลกาซี่คืออะไรกันแน่ โวลกิ้นตัดสินใจเล่าให้ฟังก่อนที่จะฆ่าสเน็ค
ฟิโลโซเฟอร์เลกาซี่คือ เงินทุนลับในสงครามโลกครั้งที่สองของประเทศมหาอำนาจสามประเทศ
คือ อเมริกา โซเวียต และจีน เป็นจำนวนเงินมหาศาลมากเพียงพอที่จะก่อสงครามได้ถึงห้าครั้ง หลังจาก
สงครามจบลง ทั้งสามประเทศก็แบ่งเลกาซี่ระหว่างกัน พ่อของโวลกิ้นก็เป็นหนึ่งในผู้ที่จัดการเงินเหล่านั้น
พอสงครามจบเขาได้ขโมยเงินทั้งหมดและนำไปฝากธนาคารต่างๆทั่วโลกโดยมีข้อมูลธนาคารทั้ง
หมดบันทึกอยู่ในไมโครฟิล์ม พอพ่อของโวลกิ้นตาย โวลกิ้นรู้เรื่องความลับนี้และได้รับสืบทอดไมโครฟิล์มมา
จากนั้นจึงได้สร้างฐานทัพนี้ขึ้นมารวมทั้งสถาบันวิจัยกรานิน แต่เขาไม่พอใจในความคิดของกรานิน
และหันไปสนับสนุนโซโคลอฟสร้างชาโกฮอดแทน เพื่อที่จะได้ก่อสงครามอีกครั้ง ซึ่งครั้งหนึ่งโลกที่เคย
รวมเป็นหนึ่งกลับต้องมาแยกเป็นสองฝ่ายเพราะพวกฟิโลโซเฟอร์ (Philosophers)
การก่อสงครามนี้จะเป็นสงครามที่ยุติสงครามในโลกทั้งหมดเพื่อให้โลกกลับมารวมเป็นหนึ่งเดียว
ด้วยเลกาซี่และชาโกฮอดนี้เองจะทำให้อเมริกาไม่อาจจะหยุดยั้งได้ โดยเลกาซี่นั้นโวลกิ้นได้มอบให้
เดอะบอสนำไปเก็บไว้โดยปลอดภัยและให้เดอะบอสนั้นจัดการกับอีวา ส่วนเขาจะจัดการกับสเน็คด้วยตัวเอง
สเน็คสู้กับโวลกิ้นตัวต่อตัว ระหว่างสู้นั้นสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น เพราะมีระเบิดที่สเน็ควางไว้ได้ถูกพบ
โวลกิ้นสั่งให้โอเซล็อตตามหาระเบิดให้พบ จากนั้นโวลกิ้นจึงสู้กับสเน็คต่อ เมื่อสเน็คเอาชนะโวลกิ้นได้
ขณะที่กำลังหนีออกจากฐาน อีวาขับมอเตอร์ไซต์มารับ แล้วพาหนีออกมา อีวาเล่าให้ฟังว่าเดอะบอส
ปล่อยตัวเธอมาแต่ตอนนี้ไม่มีเวลาเล่าให้ฟัง และบอกว่าเดอะบอสฝากบอกสเน็คว่าเธอรออยู่ที่ริมทะเลสาบ
ระหว่างที่ทั้งคู่หนีนั้น ทางด้านหลังก็มีชาโกฮอดไล่ตามมา โวลกิ้นยังไม่ตายและได้ขับชาโกฮอดตามล่าทั้งคู่
อีวาบอกว่าจะล่อชาโกฮอดไปที่สะพานแล้วให้สเน็คยิงระเบิด C3 ที่ติดไว้ที่สะพาน
ในจังหวะที่ชาโกฮอดข้ามสะพาน

The Chase of the Shagohod
ทั้งคู่มาดักรอชาโกฮอดที่สะพาน สเน็คยิงระเบิด C3 ในจังหวะที่ชาโกฮอดข้ามสะพานได้สำเร็จ
ชาโกฮอดค่อยๆร่วงตกสะพานไป สเน็คและอีวาเตรียมที่จะเดินทางต่อ แต่แล้วจู่ๆชาโกฮอดก็ดีดตัว
จากซากสะพานที่กำลังร่วงสู่น้ำได้ เพราะโวลกิ้นสละส่วนท้ายของชาโกฮอดทิ้ง สเน็คและอีวาจึงต้องสู้กับ
ชาโกฮอดอย่างไม่มีทางเลือก อีวาอาสาขับมอเตอร์ไซต์ล่อแล้วให้สเน็คยิงด้านหลัง ในที่สุดทั้งคู่ก็ชนะ
แต่สถานการณ์ยังไม่ดีนักเพราะยังถูกตามไล่ล่าจากทหารอยู่ ทั้งคู่ใช้มอเตอร์ไซต์หนีมาจนหลุดจาก
สายตาของทหารที่ตามมา แต่เกิดอุบัติเหตุอีวาขับตกหน้าผา เมื่อทั้งสองฟื้นขึ้นมาสเน็คไม่เป็นอะไรมาก
แต่อีวาบาดเจ็บแผลค่อนข้างหนัก สเน็คจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ ระหว่างนั้นเหล่าทหาร KGB
ยังตามไม่ลดละ สเน็คพาอีวาหนีออกมาจนพ้นป่า อีวาบอกว่าเธอซ่อนเครื่องบิน WIG ไว้สำหรับหนี
แต่สเน็คมีนัดพบกับเดอะบอสที่ทะเลสาบและขอตัวแยกไปพบเดอะบอสเพียงลำพัง
เดอะบอสรอสเน็คอยู่ที่ริมทะเลสาบท่ามกลางทุ่งดอกไม้ เมื่อไปถึงที่นั่นสเน็คได้ถามเดอะบอส
ว่าทำไมถึงทำแบบนี้ เดอะบอสจึงได้เล่าเรื่องราวของเธอให้ฟัง เดิมทีโลกเคยเป็นหนึ่งเดียวมาก่อน
ทว่านับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองจบลง เพราะความขัดแย้งของเหล่าฟิโลโซเฟอร์ทำให้โลกต้อง
ถูกแบ่งเป็นสองฝ่าย พวกพ้องของเธอที่ร่วมสู้ฝ่าฟันกันมาก็ต้องมาเป็นศัตรูเพียงเพราะเหตุผลทางการเมือง
พันธมิตรเมื่อวันวานต้องมาแปรเปลี่ยนเป็นศัตรูในวันนี้ง่ายราวกับสายลมเป็นเพราะสงครามเย็น
ครั้งหนึ่งในสงครามโลกครั้งที่สองตอนนั้นเธอยังเป็นผู้นำหน่วยคอบบร้า อเมริกากับโซเวียตต่อสู้ด้วยกันมา
แต่เวลานี้ทั้งคู่เป็นศัตรูกัน ทหารอย่างพวกเธอได้แต่เล่นไปตามบทบาททางการเมืองเท่านั้น
แต่ไม่ว่าจะมิตรหรือศัตรู ถึงกระนั้นทั้งเธอและศัตรูก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน

The Last Confession Form The Boss
เดอะบอสเล่าถึงเรื่องในอดีตของเธอต่อ ครั้งหนึ่งเธอเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทดลองระเบิดปรมาณู
ที่ทะเลทรายเนเวด้า ทำให้เธอได้รับผลกระทบจากกัมมันตรังสี เธอรู้ตัวดีว่าร่างกายที่โดนผลของ
สารกัมมันตรังสีไม่อาจอยู่ยั่งยืน เธอเองไม่มีโอกาสใช้ชีวิตสงบสุขในยามเธอแก่ ไม่มีอนาคตสำหรับเธออีกต่อไป
ในปี 1957 โซเวียตประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมสปุตนิค (Sputnik) ดาวเทียมดวงแรกของโลก
หลังจากนั้นพวกเขาก็ส่งมนุษย์ขึ้นไปยังอวกาศได้เป็นครั้งแรก สำหรับอเมริกาแล้วนี่เป็นเรื่องใหญ่มาก
อเมริกาไม่ยอมน้อยหน้าจึงได้เร่งโครงการอวกาศพยายามที่จะส่งมนุษย์ขึ้นไปยังอวกาศบ้าง ในตอนนั้น
เทคโนโลยียังไม่ทันสมัยพอที่จะสร้างเครื่องป้องกันรังสีคอสมิก การส่งมนุษย์ขึ้นไปทำให้ต้องได้รับผล
กระทบโดยตรง เดอะบอสได้เป็นคนที่ถูกเลือกให้ขึ้นไป สาเหตุเพราะเธอเคยโดนผลกระทบของกัมมันตรังสีแล้ว
จะโดนอีกครั้งก็ไม่แตกต่าง แน่นอนว่าชื่อเธอจึงไม่ปรากฏในบันทึกประวัติศาสตร์การเดินทางขึ้นสู่
อวกาศของมนุษยชาติเลย ในครั้งนั้นเดอะบอสได้มีโอกาสเห็นโลกจากนอกอวกาศ เธอเห็นแล้วคิดได้ว่า
สงครามเย็น การแข่งขันกันทางเทคโนโลยี การเมือง ลัทธิการปกครอง ทุกสิ่งทุกอย่างมันไร้ความหมาย
ถึงแม้ภายในโลกจะขัดแย้งกันอย่างไร แต่เมื่อมาได้เห็นโลกจากอวกาศแล้ว โลกก็ยังเป็นโลก ไม่มีตะวันตก
ไม่มีตะวันออก และไม่มีสงครามเย็น การขัดแย้งที่มีอยู่นั้นเป็นเรื่องไร้สาระ
เธอปรารถนาที่จะให้โลกเป็นหนึ่งเดียวกัน
ในปี 1961 เดอะบอสถูกส่งไปในคิวบาในฐานะเจ้าหน้าที่ CIA เพื่อช่วยอพยพชาวคิวบา แต่ทว่า
ในภายหลังรัฐบาลกลับหักหลังโดยการส่งตัวชาวคิวบาที่หนีออกมาคืนสู่รัฐบาลคิวบา เดอะบอสรู้สึก
เสียใจที่เธอต้องทำหน้าที่เสียสละอะไรหลายๆอย่าง แต่กลับถูกประเทศทรยศ สองปีต่อมา
เธอพบกับเดอะซอว์โร่ว (The Sorrow) อดีตพวกพ้องของเธอ แต่ในฐานะศัตรู ในการเจอกัน
ครั้งนี้ต้องมีคนหนึ่งอยู่และอีกคนหนึ่งตาย เดอะซอว์โร่วเสียสละยอมตายเพื่อเดอะบอส
และนั่นเป็นภารกิจของเธอ
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 กลุ่มผู้มีอำนาจที่แท้จริงของ อเมริกา จีน และโซเวียต ได้มีการจัดการประชุม
ลับซึ่งภายหลังรู้จักกันในนามว่า ไวสแมนคอมมิตตี้ (Wiseman's Committee) การพบกันของ
กลุ่มคนเหล่านี้เกิดเป็นข้อตกลงลับและเป็นจุดกำเนิดของฟิโลโซเฟอร์ แต่ทว่าสมาชิกหลักๆของกลุ่มคน
เหล่านี้ตายในช่วงทศวรรษที่ 1930 หลังจากนั้นองค์กรนี้ก็เริ่มที่จะสูญเสียเสถียรภาพและเสื่อมลง
ทุกๆวันนี้พวกฟิโลโซเฟอร์นั้นไม่ได้รู้ดีรู้ชั่ว พวกเขาพยายามโน้มน้าว เหล่าประเทศ องค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้อง
กันในหลายๆด้าน ชักจูงให้เกิดสงครามย่อยกันเอง และสงครามเหล่านี้เปรียบเหมือนกับเป็นชนวนที่
ผลักดันให้เกิดสงครามอื่นๆไปเรื่อยๆ ที่ใดมีสงคราม ที่นั่นมีพวกมันเกี่ยวข้อง พวกฟิโลโซเฟอร์พยายาม
ที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้เป็นซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งเรื่องนี้พ่อของเดอะบอสได้เล่าให้เธอฟังเอง พ่อของเธอก็เป็นหนึ่ง
ในพวกนั้น หลังจากที่เล่าความจริงพ่อของเธอก็ถูกพวกนั้นฆ่า พวกฟิโลโซเฟอร์เป็นเหมือนองค์กรที่ไร้ตัวตน
ไม่มีอยู่จริง และพ่อของเธอไม่ใช่คนเดียวที่พวกฟิโลโซเฟอร์พรากไปจากเธอ ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
ในปี 1944 หน่วยคอบบร้าถูกส่งไปทำภารกิจลับสุดยอด ทำลายฐานติดตั้งจรวด V2 ของศัตรู
ในตอนนั้นเดอะบอสตั้งครรภ์ โดยมีเดอะซอว์โร่วเป็นพ่อ เธอคลอดลูกท่ามกลางสมรภูมิ
แต่แล้วพวกฟิโลโซเฟอร์ก็พรากลูกของเธอไป

The Philosophers, a group of the domination of the world's superpowers
เดอะบอสได้ถอดผ้าคลุมและแสดงบาดแผลบนหน้าอกของเธอ เป็นรอยผ่าในช่วงที่เธอคลอดลูก
เธอบอกว่ามันเป็นหลักฐานที่มีอยู่ว่าครั้งหนึ่งเธอได้เป็นแม่ เธอเสียสละทั้งร่างกายและลูกของ
เธอเพื่อประเทศชาติ ในตัวเธอตอนนี้ไม่มีแม้แต่ความโกรธแค้น ความเสียใจ แต่ยังมีบางคืนที่เธอ
รู้สึกเจ็บปวดในตัวเธอ ความรู้สึกนั้นไหลผ่านร่างกายราวกับงู เดอะบอสขอบคุณสเน็คที่ตั้งใจฟัง
เธอบอกสเน็คต่อว่า เธอคอยดูแลเฝ้าดูสเน็คเติบโต และรักสเน็ค คอยให้อาวุธสอนเทคนิคการต่อสู้
สอนความรู้ ในตอนนี้เธอไม่มีอะไรจะให้สเน็คแล้ว สิ่งที่จะเหลือให้คือชีวิตของเธอ จะต้องมีคนอยู่คนหนึ่ง
และอีกคนหนึ่งต้องตาย เธอบอกสเน็คให้สู้กับเธอ ผู้ที่ชนะจะเป็นผู้ที่รอด นี่เป็นโชคชะตาของเรา
บอสได้หยิบวิทยุแล้วพูดว่า เริ่มปฏิบัติการได้ เธอบอกสเน็คว่าเธอให้เวลาแค่ 10 นาทีในการสู้ก่อนที่
เครื่องบิน MiGs จะมาทิ้งระเบิดที่นี่ เธอจะต้องสู้ สเน็คยังคงลังเล บอสจึงพูดว่า เธอเป็นทหาร
ทำภารกิจเธอให้เสร็จสิ้น! แสดงความจงรักภักดีต่อประเทศของเธอออกมา
สเน็คต้องสู้กับเดอะบอสอย่างไม่มีทางเลือก และเมื่อสเน็คสู้ชนะ เขาเดินเข้าไปหาเดอะบอสที่นอนอยู่
เดอะบอสส่งไมโครฟิล์มให้และบอกว่า เลกาซี่นี้ขอให้สเน็คเก็บเอาไว้ให้ดีมันเป็นความหวังที่เหลือของพวกเรา
บอสได้พูดต่อว่าสเน็คช่างเป็นคนที่วิเศษที่เธอรู้จักมา และสุดท้ายนี้ขอให้สเน็คเป็นคนจบชีวิตตัวเอง
สเน็คได้ฝืนกลั้นใจเหนี่ยวไกด้วยความเศร้า ปิดฉากชีวิตเดอะบอส บุคคลที่เขารักและเคารพ
สเน็คได้ตามอีวาไปยังเครื่องบิน WIG ที่เธอเตรียมไว้หนี เมื่อเครื่องขึ้นโอเซล็อตขับยานไล่ตามมา
และกระโดดขึ้นเครื่องเพื่อที่จะสู้กับสเน็ค ทั้งคู่เปิดฉากสู้กันด้วยมือเปล่า ทางด้านอีวาได้แต่บังคับ
เครื่องบินจึงไม่อาจช่วยได้ ในที่สุดโอเซล็อตและสเน็คได้ตกลงที่จะใช้การดวลปืนตัดสิน โดยใช้ปืนสอง
กระบอกหนึ่งในนั้นจะมีกระบอกเดียวที่มีกระสุน และสลับปืนเลือกขึ้นมาดวล ท้ายที่สุดกระสุนที่ใส่
ไปในนั้นเป็นกระสุนเปล่า โอเซล็อตได้หัวเราะและบอกว่าเป็นการดวลที่สนุกดี เขาอวยพรให้สเน็ค
โชคดี จากนั้นก็กระโดดลงในทะเลสาบจากเครื่องบินไป

The Last Duel
สเน็คได้รับการติดต่อจากผู้พันซีโร่ เขาแนะนำให้ขับเครื่องไปหยุดพักที่อลาสก้า จากนั้นค่อยไป
ที่รัฐเวอจิเนีย สเน็คและอีวาได้พักในกระท่อมแห่งหนึ่งในอลาสก้า ทั้งคู่อยู่ด้วยกันในคืนนั้น
และตอนเช้าสเน็คตื่นมาเขาพบว่าอีวาไม่อยู่และเลกาซี่ได้หายไปแล้ว สเน็คได้เห็นข้อความและเทป
ที่อีวาทิ้งไว้ สเน็คได้นำมาฟัง เนื้อหาข้างในอีวาได้พูดขอโทษสเน็คที่หลอกมาโดยตลอด จริงๆแล้ว
เธอไม่ใช่เจ้าหน้าที่ KGB แต่เธอถูกส่งมาจากจีน ภารกิจของเธอคือขโมยเลกาซี่จากโวลกิ้น โดยเธอ
ปลอมตัวเป็น KGB ส่วนเรื่องของอดัมเธอบอกว่าเขาไม่ได้ปรากฏตัวออกมา เธอจึงแกล้งทำตัวเป็นอีวา
นอกจากนี้อีวาได้บอกว่าเธอคือหนึ่งในพวกของฟิโลโซเฟอร์ และได้บอกว่าเดอะบอสรู้มาตั้งแต่แรก
แล้วว่าอีวาคือตัวปลอมเพราะอีวาเคยเจอกับเดอะบอส
ครั้งหนึ่ง เมื่อตอนที่อีวาได้ไปเรียนในโรงเรียนของฟิโลโซเฟอร์ เดอะบอสเป็นอาจารย์ที่นั่น แต่เดอะบอส
ไม่ได้ฆ่าเธอ เดอะบอสได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้อีวาฟัง ตอนแรกอีวาไม่เข้าใจว่าทำไมเดอะบอสเล่าให้ฟัง
และไว้ชีวิตเธอ แต่ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าเดอะบอสต้องการที่จะฝากข้อความให้สเน็ค จริงๆแล้วภารกิจ
ที่อีวาได้มาคือนำเลกาซี่กลับมา พร้อมทั้งสังหารคนที่รู้เรื่องนี้ทั้งหมด ในอีกความหมายหนึ่งคือเธอ
ต้องฆ่าสเน็คด้วย แต่ไม่ได้ทำ ไม่ใช่เพราะว่าสเน็คช่วยชีวิตเธอ หรือเพราะรักกัน แต่เพราะเธอสัญญา
กับเดอะบอสไว้ และตั้งใจว่าจะนำมาบอกสเน็คให้รู้ไว้
ว่าที่จริงแล้วบอสไม่ได้ทรยศประเทศ และยิ่งไปกว่านั้นเดอะบอสคือวีรสตรีผู้เสียสละ เธอแบกรับ
ภารกิจโดยที่เธอรู้ว่าเธอจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์แบบนี้ เรื่องที่เดอะบอสทรยศอเมริกานั้น จริงๆแล้ว
เป็นแผนของรัฐบาลที่ต้องการจะชิงเลกาซี่คืนมา มีแต่วีรสตรีจากสงครามโลกครั้งที่สองอย่างเดอะบอส
เท่านั้นที่โวลกิ้นจะเชื่อใจได้ เดอะบอสจึงได้ถูกส่งไปนำเลกาซี่กลับมาพร้อมทั้งทำลายชาโกฮอด
แต่แล้วก็เกิดเรื่องไม่คาดคิด โวลกิ้นได้ใช้หัวรบนิวเคลียร์ที่อเมริกาผลิตขึ้นมายิงใส่ศูนย์วิจัยของโซโคลอฟ
ครุชชอฟจึงได้เรียกร้องให้อเมริการับผิดชอบโดยพิสูจน์ตัวเอง อเมริกาจึงโยนความผิดให้เดอะบอส
โดยอ้างว่าเดอะบอสได้ทรยศชาติ เดอะบอสเองรู้เรื่องนี้ดีว่าควรจะทำอย่างไร เธอจึงเล่นไปตามสถานการณ์
เธอรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์ได้รอดชีวิตกลับบ้าน และชีวิตเธอจะจบลงโดยศิษย์ที่เธอรัก นั่นคือสิ่งที่อเมริกาต้องการ
เดอะบอสไม่มีทางเลือก เธอยอมรับความตายเพื่อที่จะให้ภารกิจของเธอได้สำเร็จ
หลุมศพของเธอจะไร้ซึ่งเกียรติ ชนรุ่นหลังจะพากันเกลียดชังเธอ และคิดว่าเธอเป็นคนทรยศขาย
ประเทศชาติ ประวัติศาสตร์จะบันทึกไว้ว่าเธอคืออาชญากรสงคราม แต่ตัวเธออยากให้ทุกคน
อยากให้สเน็คได้รู้ความจริง อยากให้ตัวเธอมีชีวิตอยู่ในความทรงจำ ไม่ใช่ในฐานะของทหาร
แต่ในฐานะผู้หญิง แต่เธอถูกห้ามบอกเรื่องนี้กับสเน็คด้วยตัวเอง นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมเธอถึงเล่า
ให้อีวาฟัง ประวัติศาสตร์จะไม่มีวันรู้ในสิ่งที่เธอได้ทำ จะไม่มีใครรู้ความจริง สิ่งที่เธอทำ
สิ่งที่เธอเสียสละเพื่อประเทศของเธอ เธอสละชีวิตเธอเพื่อเกียรติและเพื่อบ้านเกิดของเธอ
เธอคือวีรสตรีตัวจริง เธอคือผู้รักชาติที่แท้จริง

The Day of Honor
สเน็คได้เข้าพบกับประธานาธิบดีและได้รับการต้อนรับอย่างดี เขาได้รับเหรียญเกียรติยศและ
ได้รับโค้ดเนมใหม่ของเขานั่นคือ บิ๊กบอส (Big Boss) หลังจากนั้นสเน็คได้เดินทางไปที่หลุมศพ
ของทหาร เขาตรงไปยังหลุมศพของเดอะบอสและทำความเคารพหลุมศพเดอะบอส
ด้วยจิตใจที่เคารพยังรักและเคารัพเธอ

The Boss's Grave

The Boss You are the true Patriots
อีกทางด้านหนึ่งเสียงของโอเซล็อตได้โทรศัพท์ไปยังใครซักคน เขาบอกว่าตอนนี้เลกาซี่นั้น
ตกอยู่ในมือของอเมริกา ที่อีวาได้ไปนั้นเป็นของปลอม ด้วยเงินส่วนนี้สามารถฟื้นฟูฟิโลโซเฟอร์
กลับมาได้อีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามที่ได้มานี้คือแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งพวก KGB คงได้ไป
และนอกจากนี้เขายังได้สิ่งที่น่าสนใจมา นั่นคือแบบแปลนของการปฏิวัติอาวุธนิวเคลียร์แบบ
ใหม่ของกรานิน นั่นคือเมทัลเกียร์ และนอกจากนี้ทางโซเวียตยังไม่รู้ตัวว่าเขาคืออดัมและ
ได้ทำงานให้ CIA มาโดยตลอด!!

ชอบเล่นตอนดึก ๆ ก็งี้
#1 By Daughter Of Sparda on 2009-01-11 20:14